Wiworn's profileGOD'S LOVE IS SO GREAT!PhotosBlogListsMore Tools Help

Wiworn Angsirikulchote

Occupation
Lists

GOD'S LOVE IS SO GREAT!

January 12

การทดลอง

 

การทดลอง

    จากที่ได้ดู Clip นี้ เราจะเห็นว่าในตอนแรกที่ ชายใส่เสื้อขาว(พระเจ้า+พระเยซู) และหญิงเสื้อดำ(ตัวเราเอง) เป็นส่วนหนึ่งเดียวกัน มีความเหมือนกันทุกอย่างและไม่มีความบาปมาเกี่ยวข้องสิ่งใด ซึ่งถ้าเราดูใบหน้าของหญิงคนนี้จะเห็นว่ามีความสุขมากๆ ยิ้มแฉ่ง ชายเสื้อขาวได้สร้างสรรค์สิ่งสวยงามต่างๆ ทั้ง น้ำ ต้นไม้ นก และ อีกต่างๆ มากมาย แต่ในระหว่างที่เราอยู่ในทางของพระเจ้า ก็เกิดสิ่งล่อลวงขึ้น(ชายเสื้อดำ) เขาเข้ามาทำให้เราสนุกสนานและเริ่มห่างไปจากพระเจ้ามากขึ้น แต่จะเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นก็พยายามหันกลับไปหาชายเสื้อขาว(พระเจ้า) เพราะคงยังมีความสัมพันธ์กับพระองค์์อยู่ แต่ก็โดนชายเสื้อดำ(ความบาป)ดึงกลับมา ผู้หญิงเสื้อดำ(ตัวเรา)หลงละเมอไปกับความสนุกสนาน แต่ขนาดที่เราหลงอยู่ ชายเสื้อขาวก็ยังเรียกกลับมาอยู่ตลอด(พระเจ้า) แต่ดูเหมือนว่าหญิงเสื้อดำ(ตัวเรา)จะลืมชายเสื้อขาวไปสนิท และเริ่มไปสนใจกับชายเสื้อเหลือง(เงินๆ ทองๆ) ซึ่งเห็นว่าหญิงเสื้่อดำพยายามหยิบมาให้ได้(ไคว้คว้าหาเงินทองมากมาย) ไม่ทันไรหญิงเสื้อดำ(ตัวเรา)ก็เริ่มใส่ใจแต่กับสิ่งที่ทำให้ตัวเองคิดว่ามีความสุข ทั้งของเมาและการแต่งกายที่สวยงามแต่เมื่อหญิงเสื้อดำรู้ตัวอีกที เธอก็ทำร้ายตัวเองไป เธอเลือกทางที่จะกลับมาหาชายเสื้อขาวอีกครั้ง(ตัวเรา=พยายามหันกลับมาหาพระเจ้า) แต่ก็โดนฉุดกลับมาอีกครั้งชายเสื้อดำที่ถือมีดกระซิบให้หญิงเสื้อดำฆ่าตัวตาย(คิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด) แต่ก่อนที่เธอจะทำ เธอเลือกที่จะหันกลับมาหาชายเสื้อขาวอีกครั้ง เธอวิ่งจดสุดแรงแต่ก็โดนความบาปต่างๆ มากมายขวางเธอเอาไว้ไม่ให้ไปหาชายเสื้อขาว พยายามลากกลับมาหาความบาปเหมือนเดิม ซึ่งเราจะเห็นว่ามันช่างยากลำบากเหลือเกินที่จะกลับไปหาชายเสื้อขาว(พระเจ้า) แต่ในขณะเดียวกันชายเสื้อขาว(พระเจ้า) ก็พยายามช่วยดึงเรากลับมาด้วยตลอดเหมือนกันแต่เราก็ต้องพยายามอย่างมากด้วยเช่นกัน เมื่อหญิงเสื้อดำ(เสื้อกลายเป็นสีขาว)กลับใจที่จะมาหาชายเสื้่อขาวอีกครั้ง ชายเสื้อขาวก็เข้ามาช่วยขวางเอาไว้ ไม่ยอมให้ความชั่วต่างๆ เข้ามาหาเราได้ ซึ่งเปรียบเหมือนการที่เรากลับใจใหม่อีกครั้ง(สารภาพบาป) และหลังจากนั้นชายเสื้อขาวก็ทำให้ความบาปต่างๆ หมดไป(พระเยซูไถ่บาปของเราออกไปทั้งหมดไม่มีเหลือ) และหญิงเสื้อดำ(ตัวเรา)ที่ตอนนี้กลายเป็นสีขาว กลับมามีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ชายเสื้อขาว(พระเจ้า)เหมือนดังเดิม และมีความสุขตลอดไป....
    จากทั้งหมดนี้จะเห็นว่าในชีวิตของเราในตอนนี้มีการทดลองต่างๆ มากมาย ที่ทำให้เรารู้สึกว่าสนุกสนานแต่เรารู้ไหมว่า มันทำให้เราห่างจากพระเจ้าผู้ทรงรักเรา ขึ้นไปเรื่อยๆ และมันเป็นการทำร้ายตัวเราโดยเราอาจไม่รู้ตัว แต่ในขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงเรียกเรากลับมาตลอดเวลา พระองค์ไม่ทรงโกรธเราเพราะพระองค์ทรงเข้าใจเราว่า เราอ่อนแอมากและเราต้องพึ่งพระองค์
    ตลอดทั้งชีวิตที่เรายังใช้ชีวิตอยู่บนโลก เราต้องเจอการทดลองต่างๆ มากมาย และบางครั้งมันทำให้เรารู้สึกท้อแท้และฆ่าตัวตาย(เคยคิดแว็บหนึ่งที่จะฆ่าตัวตายไหม?) แต่เราต้องสู้ต่อไป
อย่ายอมแพ้ ไม่ว่าเราจะเจอการทดลองสิ่งใดๆ อยากให้เรารู้ว่า พระองค์คอยช่วยเราตลอดเวลาในขณะที่เราพยายามกลับไปหาพระองค์ คอยเสริมกำลังเรา เหมือนกับใน Clip นี้ที่ชายเสื้อขาวดึงหญิงเสื้อดำกลับมาตลอดเวลานั้นเอง


ปล.ขอบคุณพี่ด้าสำหรับ Clip นี้ด้วยนะครับบ ยิ้ม

 
May 23

คุณกำลังทำตามพญามาร?

พอดีไปอ่านเรื่องนี้มา
เลยนำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อพี่น้องคริสเตียนจะได้ข้อคิดดี ๆมีเรื่องเล่าว่า
>เมื่อพญามารเรียกประชุมเหล่าซาตานทั่วโลก
ในพีธีเปิดการประชุม พญามารกล่าวว่า
เราไม่สามารถขัดขวางคริสเตียนไปคริสตจักร
เราไม่สามารถหยุดคริสเตียนอ่านพระคัมภีร์และแสวงหาความจริง
เราไม่สามารถขัดขวางคริสเตียนที่จะเลียนแบบพระคริสต์ในความสัมพันธ์
ทันทีที่พวกคริสเตียนได้ความสัมพันธ์กับพระคริสต์แล้ว
พลังอำนาจของพวกเราก็จะถูกทำลาย
ดังนั้นปล่อยให้คริสเตียนไปคริสตจักร ให้ยุ่งกับกิจกรรมต่างๆ
แต่จงขโมยเวลาของมัน
>เพื่อที่มันจะได้ไม่มีเวลาพัฒนาความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์<
“นี่แหละคือสิ่งที่เราต้องการ”
>พญามารพูดเอาไว้
จงไปขัดขวางพวกมันไม่ให้ติดสนิท
และรักษาความสัมพันธ์กับพระผู้ช่วยของพวกมันตลอดทั้งวัน
เหล่าลูกสมุนกล่าวว่า “แล้วพวกเราจะทำอย่างไร”<
“ก็ให้พวกมันยุ่งอยู่กับเรื่องไร้สาระ และให้กิจกรรมต่าง
ๆครอบงำความคิดพวกมันซิ”
>พญามารตอบ “ล่อลวงให้พวกมันใช้จ่ายเงินมาก ๆ ใช้มันใช้เข้าไป
พอไม่พอก็ให้มันยืม กู้จากคนอื่น”<
“ชักจูงเหล่าภรรยาให้ทำงานหลาย ๆ ชั่วโมง และ สามีทำงาน 6-7
วันต่อสัปดาห์ ทำวันละ 10-12ชั่วโมง”
“อย่าให้มีเวลากับลูก ๆ ของพวกมมีเวลากับลูกๆ"
“ในไม่ช้าบ้านก็จะไม่เป็นบ้านอีกต่อไป
>ครอบครัวก็จะไม่มีอีกต่อไป” “ให้ความคิดและใจพวกมันเต็มไปด้วยเสียงจอแจวุ่นวาย
>จนไม่สามารถได้ยินเสียงที่
แผ่วเบาจากส่วนลึกข้างใน”
“ล่อลวงพวกมันให้เล่นวิทยุ เทปคลาสเซ็ท ซีดีทุกที่ๆ พวกมันขับรถ”
ให้พวก VCD,TV, เครื่องเล่น CD, MP3 ,
>คอมพิวเตอร์ อยู่ทุกที่ที่พวกมันไป ;ในร้านขายของ ห้องอาหารทุกที่
>ให้เต็มไปด้วย แผงเทป ซีดีที่ไม่เกี่ยวข้องกับพระคัมภีร์
“เอาหละ.....สิ่งนี้จะทำให้พวกมันเอ่อล้นในความคิดจนทำลายความสัมพันธ์
และความเป็นอันหนึ่งเดียวกันกับพระคริสต์
" “อย่าลืมว่าบนโต๊ะอาหารก็ให้เต็มไปด้วยแมกกาซีน
และหนังสือพิมพ์"
“ให้ข้อมูลข่าวสารครอบงำความคิดตลอด 24 ชั่วโมง”
“ให้ป้ายโฆษณาหลอกหลอนทุกที่ ๆ
ขับรถ”
“ในอีเมล
ให้เต็มไปด้วยข้อมูลขยะ เมลสั่งซื้อของ การพนันonline
โปรแกรมลดน้ำหนัก โปรโมชั่นของลดราคาและของฟรี
“ให้ดารานางแบบที่รูปร่างสวยงามในนิตยสารและทีวีตราตรึงอยู่ในใจเหล่าสามี
จนทำให้เชื่อว่าความสวยงามภายนอกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
จนทำให้พวกมันไม่พอใจภรรยาของพวกมันเอง”
“ให้ภรรยาทำงานเหนื่อยแสนเหนื่อยจนไม่มีเวลาปรนนิบัติสามี”
“ให้มันปวดหัวบ่อยๆด้วย!”
“ข้าเชื่อแน่ว่าถ้าภรรยาไม่ได้ให้ความรักกับสามี
พวกมันก็จะไปหาความรักจากที่อื่น”
สิ่งนี้แหละจะเร่งให้ครอบครัวแตกแยกเร็วขึ้น!”
“ให้ซานตาคลอสเป็นพระเอกในงานคริสตมาส
จนไม่มีใครรู้ว่าอะไรคือความหมายจริงของวันคริสตมาส”
“ให้กระต่ายบันนี่เข้ามาในวันอีสเตอร์จนพวกมันไม่มีเวลาที่จะพูดว่าการฟื้น
จากความตายและพลังแห่งการชัยชนะความบาปและความตาย”
" “ให้พวกมันไม่มีเวลาพักผ่อน”
“ให้มันไม่มีเวลาที่จะออกไปชื่นชมธรรมชาติที่พระเจ้าทรงสร้าง
ให้มันไปที่สวนสนุก ดูบอลจนเมามัน ดูละคร คอนเสริ์ท
>และเข้าโรงหนัง” “ทำให้พวกมัน ยุ่ง ยุ่ง แล้วก็ ยุ่ง”
“และถ้าพวกมันไปประชุมสามัคคีธรรมฝ่ายวิญญาณ
>ให้พวกมันซุบซิบนินทาและพูดคุยกัน
>“ดลบันดาลให้พวกมันเจอแต่สิ่งดี ๆ จนไม่มีเวลาที่จะแสวงหากำลังจากพระคริสต์
“ในไม่ช้าพวกมันจะพึ่งกำลังของตนเอง
ยอมสละสุขภาพและครอบครัวเพื่อให้ได้แต่ความร่ำรวย”“ต้องเจ๋ง และ แจ๋วแน่”
>พญามารตะโกนออกมา“ต้องสำเร็จแน่นอน”
"เป็นแผนการที่ยอดเยี่ยม”
เหล่าลูกสมุนกล่าวสำทับดังนั้นเหล่าลูกสมุนซาตานก็ออกไปทำงานด้วยความกระตื้อรือร้น
ทำให้คริสเตียนยุ่งมากขึ้น
>ทำโน่นทำนี่
ไม่มีเวลาให้กับพระเจ้าและครอบครัว
ไม่มีเวลาที่จะเล่าเรื่องพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตของพระคริสต์
อยากถามผู้อ่านว่า
แผนการของเหล่าซาตานจะสำเร็จหรือไม่?
คุณจะเป็นคนตัดสิน!!!
คุณคิดไหมว่า คำว่า “ยุ่ง
(Busy)” แปลว่า B-eing U-nder S-atan’s (อยู่ภายใต้แอกของซาตาน)
แบ่งปันสิ่งเหล่านี้กับคนอื่น
>ถ้าคุณไม่ยุ่งเกินไป...
March 18

Joel Houston - From the inside out (Hillsong United)

    ไม่ได้อัพ spaces มาตั้งนาน.... เนื่องจาก คิดไม่ออกว่าจะอัพอะไรดีอะครับ วันนี้เลยเอา การนมัสการของคริสเตียนที่เมืองนอกมาให้ดูกันครับผม
 
Joel Houston - Form The Inside out
(Hillsong United)
 
  
    แล้ว....วันหลังจะมาอัพใหม่นะครับ วันนี้เอาแค่นี้ก่อนครับผม พระเจ้าคุ้มครองทุกคนนะครับ
May 04

ของขวัญที่ไม่ได้รับ

        สวัสดีครับทุกๆ คน ไม่ได้ Up ตั้งนาน วันนี้มา Up แล้ว!!!!! วันนี้ขอพูดเกี่ยวกับเรื่อง ของขวัญที่คุณมีอยู่แล้วแต่ไม่ได้รับ
     อันแน่ะ! เริ่มสงสัยแล้วละสิว่าคุณได้รับของขวัญตั้งแต่เมื่อไหร่? มันเริ่มตั้งแต่คุณยังไม่ได้เกิดด้วยซ้ำ ของขวัญชิ้นนี้พระเจ้าทรงประทานให้คุณๆ รู้ไหม? แล้วของที่คุณได้รับก็คือ ความรอด แล้ว....ความรอดมันมีประโยชน์ยังไง?
     อันที่จริงพระเจ้าไม่ต้องการเห็นคุณ!หรือใครๆ ก็ตามต้องตกอยู่ในความบาปหรือตกนรกหรอกนะครับ แต่ทำไงได้ละ ก็พระเจ้าให้เรามีอิสระที่จะเลือกทำอะไรก็ได้นะสิ ความรอดที่พระเจ้าประทานให้แก่เราคือ พระองค์ได้ประทานพระบุตรองค์เดียวคือ พระเยซู มาเกิดในโลกของเรา ซึ่งตอนที่พระองค์เกิดมาไม่ได้สบายเลย ทั้งโยเซฟและมารีย์(พ่อกะแม่ของพระเยซู) ตอนที่จะคลอดพระองค์ออกมา ต้องหนีจากกษัตริย์เฮโรดซึ่งพยายามฆ่าพระองค์เพื่อขัดขวางเพราะกลัวว่าพระเยซูจะมาชิงบัลลังก์ แต่พระองค์ก็รอดมาได้ พระองค์ทรงบังเกิดในรางหญ้า มาถึงตรงนี้แล้ว....ผมขอข้ามเรื่องของพระเยซูในช่วงที่พระองค์มีชีวิตอยู่ไปก่อนนะครับ แล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าตอนพระองค์มีชีวิตอยู่นั้น พระองค์ทำอะไรบ้าง (Comeing Soon!) เอาละเราข้ามมาดูตอนที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนกัน ที่พระองค์ถูกตรึงกางเขนเพราะว่า พระองค์บอกว่า "พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า" ซึ่งทำให้พวกปุโรหิตเอาโทษกับพระองค์ที่ว่าดูหมิ่นพระเจ้าบวกกับการที่พระองค์ได้สอนหลักคำสอนที่ต่างออกไปจากพวกฟาริสี ซึ่งฟาริสีก็พยายามจะจับผิดพระองค์แต่ก็ทำไม่ได้สักที จนพระองค์บอกว่าเป็นบุตรของพระเจ้า ซึ่งสมัยนั้นการที่อยู่ๆ มีคนมาบอกว่าเป็นบุตรของพระเจ้าคุณจะคิดว่าเขาเป็นคนอย่างไร? ซึ่งมีให้เลือกสองข้อคือ 1. เป็นคนจิตไม่ปกติ 2. เป็นบุตรของพระเจ้าจริงๆ แต่...ประเดี๋ยวก่อน!!!! ถ้าคุณเลือกข้อแรก คุณลองหันกลับมามองก่อนว่าถ้าเป็นคนจิตไม่ปกติจริงแล้วคนที่มาเชื่อเขาก็คงพิลึกน่าดู แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนเชื่อเขาทั่วโลกนะ! เอาละมาต่อกัน หลังจากที่พระองค์ถูกพวกฟาริสีจับตัวไป พระองค์ก็ถูกเฆี่ยนด้วยแส้ (ถ้านึกภาพไม่ออก แนะนำให้ดู The Passion Of The Christ) พระองค์โดนเฆี่ยนหนักที่สุดคือ โดนเฆี่ยน 39 ครั้ง (การโดนเฆี่ยนถึง 40 ครั้ง จะทำให้คนที่โดนเฆี่ยนเสียชีวิต เพราะทนไม่ไหว) หลังจากนั้นพระองค์ก็โดนพวกทหารเปลื้องฉลองพระองค์ออก เอาเสื้อสีแดงเข้มมาสวมพระองค์ เอาหนามสานเป็นมงกุฎสวมพระเศียรพระองค์ แล้วเอาไม้อ้อให้ถือไว้เป็นพระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ แล้วก็เยาะเย้ยพร้อมถ่มน้ำลายรด และเอาไม้อ้อตีพระเศียรพระองค์ หลังจากนั้นเขาก็ถอดเสื้อพระองค์ออก และนำไปตรึงกางเขนที่กลโกธา (ระหว่างที่เดินไป พระองค์ต้องแบกกางเขนหนักๆ ไปด้วย!) เมื่อพระองค์โดนตรึงที่กางเขนก็โดนพวกมหาปุโรหิตกับพวกธรรมาจารย์และพวกผู้ใหญ่เยาะเย้ย ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ก็บังเกิดมืดมั่วแผ่นดิน ตั้งแต่เที่ยงถึงบ่ายสามโมง แล้วพระองค์ก็ร้องเสียงดังว่า "เอลี เอลี ลามาสะบักธานี" แล้วก็มีคนเอาฟองน้ำชุบเหล้าองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายไม้อ้อ ส่งให้พระองค์เสวย พระองค์ทรงตรัสซ้ำแล้วก็สิ้นพระชนม์ หลังจากนั้นพระศพของพระองค์ก็ถูกนำไปไว้ในที่อุโมงฝังศพโดยมีหินปิด หลังจากนั้นสามวัน พระองค์ก็ทรงฟื้นขึ้นจากความตายแล้วพระองค์ก็ประกาศข่าวประเสริฐอีก 40 วัน แล้วเสร็จขึ้นสู่สวรรค์ (มีหลักฐานว่ามีคนเห็นพระเยซูฟื้นขึ้นจากความตาย)
     ที่พระองค์ลงมาตายบนกางเขนก็เพื่อไถ่บาปของเราทั้งหมดทุกคน คุณจะเห็นว่าพระองค์ต้องทนทุกข์แค่ไหนเพื่อพวกเรา ถ้าเป็นคุณๆ จะยอมทำไหม? แต่พระเยซู ผู้เป็นบุตรของพระเจ้า พระองค์ยอมเพื่อเราจะได้หันกลับมาหาพระองค์ และนี่เป็นวิธีเดียวที่เราจะหลุดพ้นจากความบาป และเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! ซึ่งพระองค์ยื่นให้เราแล้ว แต่อยู่ที่ตัวคุณว่าคุณจะรับมันไหม? ถ้าคุณไม่รับ พระองค์ก็คงจะบังคับคุณให้รับไม่ได้หรอก (คุณจะรู้สึกยังไงถ้าคนที่เอาของมาให้คุณ บังคับให้คุณรับมัน) แล้วถ้าถึงวันนั้นคุณก็จะอ้างไม่ได้ว่า คุณไม่รู้ เพราะว่าพระองค์ยื่นให้คุณแล้ว....แต่คุณไม่รับมันเอง พระเจ้าไม่อยากเห็นคุณต้องพินาศนะครับ ผมก็ด้วย! เมื่อถึงวันนั้นพวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน อยู่กับคนที่คุณรัก และร่วมสรรเสริญพระเจ้าตลอดไป....
     คุณจะรับของขวัญจากพระเจ้าไหม.... 
March 26

รู้ไหม?ว่ามีคนที่รักคุณ และห่วงใยคุณตลอดเวลา

    ก่อนอื่นผมมีความหวังเล็กๆ ที่อยากจะให้คุณอ่าน(ให้จบ) ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม เพราะอย่างน้อยสิ่งที่คุณจะได้อ่านอาจจะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดใหม่ก็ได้หรือไม่ก็ได้ ซึ่งมันก็อยู่ที่ตัวคุณ.....
    ในปัจจุบันนี้สำหรับเราแล้ว นอกจากครอบครัวและเพื่อนๆ ที่รักเราและห่วงใยเรา ดูเหมือนว่าจะหาได้ยากมากขึ้นจริงๆ ที่จะเข้าใจเราจริงๆ เพราะสังคมปัจจุบันมันแย่ขึ้นจริงๆ ไม่เชื่อลองมองดูรอบๆตัวของเราดูสิ? ลองใช้เวลานี้ในการไตร่ตรองดูว่าสังคมมันเป็นยังไงบ้าง? และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครใส่ใจเราเลย คุณรู้สึกเหงาบ้างไหม? หรือไม่มีใครเข้าใจคุณ อยากจะระบายออกมาแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง
    คุณรู้ไหมว่ามีคนนึงที่คอยห่วงใยเราอยู่ และเขาอยู่กับคุณตลอดเวลาด้วย! ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนก็ตามจะทำอะไรก็ตาม บางคนอาจจะคิดในใจว่าเขาคือใครละ? แล้วไหนล่ะ?ไม่เห็นมีเลย.... ผมอยากจะบอกว่า ที่คุณไม่เห็นและไม่รู้สึกเพราะว่า เราเอาแต่สนใจแต่สิ่งรอบตัวจนเราไม่สามารถสัมผัสได้ แต่ถ้าคุณลองอยู่ในห้องเงียบๆ คนเดียว ไม่มีเสียงทีวีหรือเสียงใดๆ คุณจะรู้สึกว่ามีคนที่อยู่กับคุณด้วย เขาคนนั้นรอคุณที่จะหันกลับมาหาเขา รอให้คุณที่จะกลับมาพึ่งเขาอีกครั้ง แต่คุณคงจะไม่เชื่อผมว่า เขาห่วงใยคุณจริงๆ ก็เหมือนกับมีคนนึงคอยห่วงใยคุณแต่คุณคงจะไม่รู้ว่าเขาห่วงใยคุณจริงๆ หรือเปล่า? การที่เราจะรู้ว่าเขาห่วงใยจริงก็คือเราได้ใช้เวลากับเขามากน้อยเพียงใด เพราะถ้าจะให้คนอื่นมาบอกว่ามีคนมาห่วงใยคุณๆ ก็คงจะไม่เชื่อ คนที่ผมพูดถึงคนนี้คือ "พระเจ้า" พอถึงตรงนี้แล้วผมคิดว่าคงมีหลายคนที่คงคิดที่จะเลิกอ่านเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของศาสนาและพยายามที่จะดึงคุณเข้าไปร่วมด้วย แต่ผมขอ"ย้ำ"เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับศาสนาเลย มันอยู่ที่ตัวคุณเองว่าจะเปิดใจยอมรับได้ไหม? อยู่ที่ตัวคุณจริงๆ เพราะไม่มีใครสามารถบังคับให้คุณเชื่อหรือทำตาม(ถ้าไม่มีกฎหมายบังคับ) ต่อให้มีกฎหมายบางคนก็ยังเลือกที่จะไม่ทำตามเลยจริงมะ?
    ความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อเราคือ พระองค์ทรงประทานพระบุตรคือพระเยซูคริสต์ลงมาตายบนไม้กางเขนเพื่อชำระบาปของเราให้หมดไป(เรื่องพระเยซู ผมจะมาอธิบายต่อในครั้งต่อไป) และพระองค์ยังทำอะไรอีกมากมายเพื่อเราทุกคน ซึ่งถ้าจะให้ผมบรรยายทั้งหมดในวันนี้คงเป็นไปไม่ได้ แต่ผมจะอธิบายต่อในครั้งต่อๆ ไป อย่างแน่นอน!
    ถ้าใครที่อยากจะรู้จักพระองค์มากขึ้นหรือคนที่กำลังมีปัญหาต่างๆ ที่คิดว่าไม่สามารถแก้ไขได้ ผมอยากให้คุณกล้าที่จะอธิษฐานถึงพระองค์ บอกถึงปัญหาในสิ่งที่เจอหรืออยากที่จะรู้จักพระองค์มากขึ้น โดยแค่คุณ"เชื่อ"ด้วยสุดใจ บอกถึงปัญหาที่คุณพบเจอและจบประโยคลงท้ายด้วย "ในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน" ผมเชื่อว่าพระเจ้าจะช่วยคุณหาทางออกจากสิ่งที่คุณพบเจอแน่ๆ!
September 30

ครั้งแรก!!!!

แหมมม!!!!
สวัสดีคร้าบบบ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ลองทำ My Space ของตัวเองงง ก็.....ทำไปมั่วๆอะนะ (ฮ่าๆๆ) ถ้ามีอะไรจะมา Update บ่อยๆ
ป.ล. วันนี้สอบเสร็จแล้ว!!!!!! ดีจายยยมากๆ คร้บ
By : Bright
 
There are no photo albums.
No list items have been added yet.